ดูแลสภาพแวดล้อมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทะเล

national (5)

สิ่งที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือที่มนุษย์สร้างขึ้นในบริเวณทะเลและชายฝั่ง รวมถึงพื้นที่ชุ่มบริเวณชายฝั่ง คลอง คู ทะเลสาบ หรือ พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำ รวมไปถึงสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆภายในทะเลด้วยอย่างเช่น หิน ทราย ปลา สัตว์ทะเล ปะการัง หญ้าทะเล ดอนหอย โขดหิน ป่าชายเลน ระบบนิเวศพรรณไม้ตามแนวป่าชายเลน ชายหาด และ เกาะ  ในส่วนที่เป็นของมนุษย์สร้างขึ้นบริเวณทะเล ได้แก่ ปะการังเทียม แนวลดแรงคลื่นเพื่อป้องกันการเซาะชายฝั่ง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสวยงามของตัวมันเอง

ในพื้นที่ต่างๆเหล่านี้จะมีเขตอนุรักษ์อยู่ เนื่องจากจำเป็นที่ต้อง คุ้มครองและสงวนสภาพให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น  เพราะ ทรัพยากรเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของประเทศในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

วัตถุประสงค์ของการศึกษาการดูแลสภาพแวดล้อม

1. เพื่อศึกษาวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิตทางทะเล

2. เพื่อศึกษาถึงวิถีชีวิตของชุมชนในการประกอบอาชีพ

3. เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์แนวปะการัง

4. เพื่อศึกษาถึงวิธีการแก้ไขปัญหา

วิธีการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล

1.  กำหนดวิธีการสงวน อนุรักษ์ฟื้นฟู และคุ้มครองทรัพยากร

2.  ดำเนินการสงวน อนุรักษ์ฟื้นฟู และค้มครองทรัพยากร

3.  บริหารจัดการที่ดินและพื้นที่ชายฝั่งทะเล

4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์

5. ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

6. สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การอนุรักษ์ปะการัง

1. กำหนดเขตแนวในการท่องเที่ยว

2. ติดตั้งทุ่นผูกเรือแนวปะการังที่มีความสำคัญสูง เพื่อไม่ให้เรือทิ้งสมอ

3. ห้ามการจับปลาทุกประเภทในบางบริเวณ

4. สอนประชาชนให้รู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรปะการัง

ดูแลสภาพแวดล้อมทรัพยากรดิน

national (4)

ดิน คือ ธรรมชาติบนพื้นผิวโลก เป็นตัวช่วยในการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากดินประกอบไปด้วยแร่ธาตุและสารต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่คอยค้ำจุนความเป็นไปของโลก การอนุรักษ์และพัฒนาดิน มีความจำเป็นเพื่อที่จะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์ เพราะ ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน การเกษตร การปศุสัตว์ การป่าไม้ การใช้ดินอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

สาเหตุหลักของการทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์

1. การถากพืชที่ปกคลุมหน้าดิน

2. เผาพืชหรือไร่นาในพื้นที่ ซึ่งทำให้สูญเสียแร่ธาตุ และ ความอุดมสมบูรณ์ไป

3. ปลูกพืชชนิดเดียวกันตลอดเป็นเวลา

4. ขาดความรู้เรื่องการใช้ดินและปุ๋ยอย่างถูกต้อง

วิธีการในการอนุรักษ์ดิน

1. การปลูกพืชคลุมดิน เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่ว  หรือ พืชที่มีใบแน่นหนา เพื่อช่วยยึดดิน และ เพิ่มธาตุไนโตเจนให้กับพื้นดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์  ทั้งยังช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

2. การปลูกพืชหมุนเวียน เช่น การปลูกพืชมากกว่า 2 ชนิดบนพื้นที่บริเวณนั้น โดยคำนึงถึงตัวพืชที่มีความต้องการแร่ธาตุต่างกัน อย่างเช่น การปลูกข้าวโพดในการเจริญเติบโตนั้นจำเป็นที่ต้องใช้แร่ธาตุไนโตเจนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้าหากเราปลูกข้าวโพดหลังจากปลูกถั่วเนื่องจากถั่วไม่ได้ดูดกลืนแร่ธาตุไนโตเจนจากดินทั้งยังให้แร่ธาตุไนโตเจนแก่ดินอีกด้วย เราก็จะได้ข้าวโพดที่ดี มีคุณภาพ

3. การปรับปรุงดิน  เป็นการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยวิธี “การแกล้งดิน” (วิธีการจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช)

4. การปลูกพืชแบบวนเกษตร หรือไร่นาสวนผสม มีรูปแบบในการทำ 3 รูปแบบ คือ การปลูกไม้ยืนต้น ควบคู่กับพืชเกษตร , การปลูกไม้ยืนต้นควบคู่กับพืชอาหารสัตว์ และการปลูกไม้ยืนต้น ควบคู่กับพืชเกษตรและอาหารสัตว์

5. การปลูกพืชแบบขั้นบันได เป็นวิธีสำหรับการอนุรักษ์ดินที่มีลักษณะเป็นเนิน

6. การป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ได้จากการเติมปุ๋ย และบำรุงรักษาดิน

7. ปลูกป่า  ป่าไม้จะช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้ฝนตกตามฤดูกาล

8. การปลูกพืชสลับแถวเป็นการปลูกพืชชนิดละแถว โดยการแบ่งเป็นแถวละชนิดๆ แบ่งเป็นแถบๆ และหมุนเวียนเป็นระบบ

ดูแลสภาพแวดล้อมทรัพยากรป่าไม้

national (3)

ป่าไม้เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะนอกจากจะให้อากาศชุ่มชื้นและยังกักเก็บน้ำทำให้เกิดต้นน้ำ แม่น้ำ และลำธารต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยในการเกษตรแล้ว ยังช่วยในการป้องกันการทลายของหน้าดิน ให้แผ่นดินมีความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นแห่งผลิตออกซิเจนที่สำคัญของโลกอีกด้วย การตัดต้นไม้ทำลายป่า จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศและมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดสภาวะความแห้งแล้ง ดังนั้นการฟื้นฟูป่าไม้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนรวดเร็ว สาเหตุหลักๆ คือ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นในอดีต

การกำหนดแนวนโยบายด้านการจัดการป่าไม้

  1. กำหนดเขตการใช้พื้นที่ป่า เช่น กำหนดพื้นที่ในการเข้าไปใช้งานในพื้นที่เขตป่า อย่างเช่น ป่าสงวน
  2. อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เช่นการไม่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ไม่บุกรุกเอาพื้นที่ป่ามาเป็นของตัวเอง ใช้ไม้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ยกตัวอย่าง ต้นไม้หนึ่งต้นประกอบด้วย ใบ ดอก ผลใช้เป็นอาหาร ยาสมุนไพร กิ่งต้นไม้ ใช้สำหรับทำอุปกรณ์ต่างๆ เช่น จอก เสียบ อุปกรณ์การเกษตร เสาค้ำยัน ฯลฯ ราก ลำต้น ใช้สำหรับสร้างบ้านเป็นเสา หรือ คาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทำฟืนและเฟอร์นิเจอร์ได้อีกด้วย
  3. จัดการที่ดิน การจัดการที่ดินป่าไม้ ในการแบ่งสัดส่วน สำหรับประชาชนที่ยากไร้ให้เข้าไปทำการเกษตร
  4. พัฒนาป่าไม้ ในการปลูกป่า เก็บหาของป่า ทำการวิจัยและปรับปรุงเพิ่มเติม

การบำรุงรักษาป่าเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการดังนี้

  1. ป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทำการคุ้มครองป่าไม้
  2. ส่งเสริมการปลูกป่าทดแทน
  3. ใช้วัสดุอื่นแทนผลิตภัณฑ์จากไม้
  4. ตั้งหน่วยดูแลและป้องกันไฟป่า
  5. ปลูกจิตสำนึกให้เห็นความสำคัญของป่าไม้
  6. ไม่จุดไฟเล่น หรือเผากิ่งไม้หากไม่เกิดความจำเป็น เพื่อป้องกันเพลิงไหม้
  7. ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า และ วิธีการดูแลรักษาป่า

ดูแลสภาพแวดล้อมทรัพยากรต้นน้ำ ลำธาร

national (2)

การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร คือ การใช้การดูแลรักษาฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารเพราะน้ำเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เนื่องจากถ้าหากเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตอย่างแน่นอน ยกตัวอย่าง เช่น การทำการเกษตรกรรมของมนุษย์ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้น้ำในการทำการเกษตร หากขาดซึ่งน้ำแล้วพืชพันธ์ต่างๆ ก็จะเหี่ยวเฉาและตาย ในส่วนของการปศุสัตว์ทุกชีวิตล้วนแล้วแต่ที่จะต้องบริโภคน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยในการรอดชีวิต บริเวณใดของพื้นที่ต้นน้ำลำธารมีความเสื่อมโทรมเกิดขึ้น จะต้องรีบดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมเหล่านั้น ให้คืนสภาพโดยเร็วที่สุด ป่าไม้จึงมีความสำคัญที่ช่วยให้ลำน้ำลำธารมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

สาเหตุหลักที่ทรัพยากรต้นน้ำเกิดการเสื่อมโทรม

  1. การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็น สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นน้ำเกิดการแห้งเหือด และ มีน้ำลดน้อยลง เพราะขาดต้นไม้ในการอุ้มน้ำ และสร้างความชุ่มชื้น
  2. เปลี่ยนพื้นที่ป่าไม้เป็นพื้นที่ส่วนตัวในการทำธุรกิจ อย่างเช่นการเผาป่าเพื่อนำเอามาทำไร่ เพราะปลูก หรือ เผาป่าเพื่อล่าสัตว์ ส่งผลให้ดินไม่ดูดซับน้ำและเกิดการพังทลายได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาดินถล่ม

วิธีการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมต้นน้ำ

  1. เริ่มต้นจากการอนุรักษ์ป่าไม้และดิน เพราะ ป่าไม้มีความสำคัญต่อพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ที่จะต้องมีการอนุรักษ์ไว้เป็นอันดับแรก เพื่อให้สภาพของป่ามีลำธารไหลตลอด
  2. จัดการพื้นที่รอบบริเวณต้นน้ำ ให้สะอาด พร้อมป้องกันน้ำป่าไหลหลาก ด้วยการอนุรักษ์หน้าดิน เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวดินอีกด้วย
  3. ปลูกพืชเป็นระดับชั้น เป็นแนวเส้น และลาดเท ในการแบ่งการเดินทางของน้ำ
  4. สร้างเขื่อน ฝาย แก้มลิง เพื่ออนุรักษ์ดินและต้นน้ำ

การดูแลรักษาสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ

national (1)

เพราะสภาพแวดล้อมต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นธรรมชาติรอบๆตัว ส่งผลต่อสุขภาพ ถ้าหากพวกเราเองไม่ดูแลแล้วใครจะดูแลสุขภาพให้เรา เริ่มต้นด้วยตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคตข้างหน้า ซึ่งการดูแลสภาพแวดล้อมให้ดีนั้นสามารถทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยทางตรง

– การใช้อย่างประหยัด การใช้เท่าที่มีความจำเป็น  เช่น การใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู เพื่อ ลดปริมาณการตัดต้นไม้เพื่อนำมาทำกระดาษ หรือ การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก  นอกจากช่วยในเรื่องของการที่ไม่ต้องผลิตถุงพลาสติกแล้ว ยังลดปัญหามลพิษในอากาศ

– รักษารถยนต์ ช่วยลดมลพิษ ไส้กรองอากาศที่สกปรกมีผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อขับรถได้ครบตามระยะทาง จะเป็นส่วนที่ช่วยในเรื่องของการเผาไหม้จากเชื้อเพลิง เป็นการลดมลพิษทางอากาศอีกหนึ่งวิธี

– นำของที่ใช้ไปแล้วหนึ่งครั้งและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้  เช่น ถุงพลาสติก กระดาษ ขวดแก้ว และแยกสีขวดแก้วพร้อมกับชนิดเวลานำไปรีไซเคิล

– ปลูกต้นไม้ สร้างป่า เพราะป่าเป็นจุดเริ้มต้นของธรรมชาติหลายๆอย่าง มี ป่า ก็จะมีน้ำ มีน้ำก็จะมีต้นไม้ มีต้นไม้ก็จะมีอากาศที่ดี เมื่อมีอากาศที่ดี สิ่งมีชีวิตก็จะดำรงอยู่ได้

– การบำบัดและการฟื้นฟู เป็นวิธีการที่จะช่วยลดความเสื่อมโทรมของทรัพยากร เช่นการบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะปล่อยลงสู่แม่น้ำและทะเล

– เฝ้าระวังดูแลและไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ระวังการทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำ

การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยทางอ้อม

– การพัฒนาคุณภาพประชาชน ให้การศึกษาข้อมูลความรู้เบื้องต้น และ สาเหตุว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องดูแลสภาพแวดล้อมให้ดี

– ใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย จัดตั้งกลุ่ม ชมรม หรือ สมาคม เพื่อให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัว

– ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรม ปลูกฝังจิตสำนึก เพราะสภาพแวดล้อมใกล้ๆก็ไม่ต่างอะไรจากบ้านของเราเอง

– พัฒนาเทคโนโลยี มาใช้ในการจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด